video_image

หมอแสงโต้เพจดังแน่จริงเปิดตัวคนไข้นมเน่าในภาพมายืนยันกินยาจริงหรือไม่ ท้าจะรักษาให้ฟรีจนหาย หากเคยมารับยาจริง ยันบอกมาตลอดกินยาแล้วหายก็มีเยอะ ตายก็มีแยะ ไม่ใช่ยาเทวดา คนจะตายแพทย์แผนไหนก็รั้งไม่อยู่

 

ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันเป็นระยะ กับสมุนไพรรักษามะเร็งของ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง หลังจากที่มีกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งและญาติพี่น้องแห่เดินทางไปขอรับสมุนไพร จำนวนมาก ในแต่ละเดือน

 

ล่าสุดมีเพจ Dr.Dark ได้แชร์ภาพ เต้านมหญิงคนหนึ่งที่ป่วยเป็นมะเร็งและมีลักษณะเต้านมเป็นแผลเหวอะหวะ  พร้อมข้อความ "ผ่านไปหกเดือนคนไข้ที่รับยาหมอแสงเริ่มทยอยมาในสภาพนี้ เศร้าครับ" พอแชร์นี้ออกไป คนต่างวิพากวิจารณ์สมุนไพรของหมอแสง รวมทั้งมีการตั้งข้อสังเกตว่าคนทีกินสมุนไพรหมอแสงหายจริงๆมีกี่คน ตายกี่คน

 

ผู้สื่อข่าวไปสอบถามหมอแสงที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยหมอแสงยืนยันว่า คนไข้ที่เพจนี้แชร์เป็นคนที่มารับยาตนเองจริงหรือไม่ ยังไม่ทราบ ถ้าจริงให้มารักษากับตน หากหมอแผนปัจจุบันไม่รักษาแล้ว ซึ่งตลอดการทำสมุนไพรแจกมา12ปี ไม่เคยพบคนไข้ที่มารับยาแล้วเกิดอาการแบบนี้ แต่ยอมรับว่ามีคนกินแล้วหายมีเยอะ คนตายก็มีมาก แล้วคนไข้แต่ละคนมีการทำประวัติการรับยาและอัพเดตอาการตลอด ไม่ใช่แจกยาเฉยๆ เพราะมีระบบการจัดเก็บรายชื่อและประวัติคนรับยาไว้ทุกครั้ง

 

ส่วนการที่กินสมุนไพรของตนแล้วไม่ได้ผล หรือมีผลกระทบน้อย เพราะสมุนไพรตัวเองเป็นยาบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะน้ำมันรำข้าวมีมากถึง 80%  และมีสมุนไพรต้านเชื้อมะเร็งด้วย ทำให้คนไข้ที่กิน มีอาการดีขึ้น บางคนก็หาย ซึ่งการยืนยันว่าคนไข้อาการดีและหายนั้น ไม่ใช่ตน เป็นแพทย์แผนปัจจุบัน ที่เขาไปตรวจหลังจากกินสมุนไพรของเราไปแล้ว

 

ส่วนกินแล้วตาย ต้องยอมรับว่ามี แต่ไม่ใช่เพราะสมุนไพรของตนอย่างเดียว ต้องมองว่าปัจจัยรอบข้างที่ทำให้คนไข้รายนั้นตาย หรือทรุดคืออะไร เพราะร่างกายและสภาพของผู้ป่วยแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเป็นระยะสุดท้ายให้ยาอะไรร่างกายก็ไม่รับ จนหมดหนทางก็มาพึ่งสมุนไพรหมอแสง หากอาการหนักแบบนี้ ให้กินยาหมอแสงเป็น 100 เม็ดก็ไม่หาย ให้เทวดามาช่วยก็ไม่หาย

 

ที่ผ่านมาตนพูดตลอดว่า สมุนไพรของตนแจกฟรี ใครจะกินก็พิจารณาอาการและระดับขั้นที่เป็นมะเร็ง และไม่เคยสั่งห้ามให้งดกินยาแผนปัจจุบัน มากินเฉพาะสมุนไพรของตน แต่ มีผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่หมอไม่รับรักษาแล้ว และไม่ได้ให้ยาอะไร  เขาถึงกินสมุนไพรของตนอย่างเดียว บางคนจะตายแล้ว กินสมุนไพรเข้าไปแล้วหายก็มีเยอะ บางคนกินแล้วตายก็มี

 

การที่เพจออกมาโจมตีและสมุนไพรของตนแบบนี้ไม่ทราบว่าเพจต้องการอะไร หากเพจนี้เป็นหมอจริงหรือคนที่โพสต์เรื่องนี้เป็นหมอ ก็ให้เปิดเผย ชื่อคนไข้ และตัวตนหมอคนที่โพสต์ออกมาเลย จะได้ช่วยกันตรวจสอบว่าคนไข้ในภาพนี้ เป็นคนที่มารับยาจริงหรือไม่ และเกิดอาการอะไรกันแน่  ช่วยกันดีกว่ามาโจมตี โจมตีแล้วเพจได้อะไร แต่สำหรับตนการโจมตีแบบนี้เป็นเรื่องดีเพราะจะไม่ต้องผลิตยาจำนวนมากๆ ไม่ต้องเหนื่อย คนจะได้มารับยาน้อยลง

 

นอกจากนี้หมอแสงยังโชว์เห็ดกนะถินพิมาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของส่วนผสมสมุนไพรต้านมะเร็ง โดยเห็ดนี้ มีราคาสูงถึงหลักล้านต่อกิโลกรัม ซึ่งมีผู้ป่วยที่รักษาหายจากโรคมะเร็งช่วยกันสนับสนุนซื้อจาก ตปท.มาให้ตนผลิตสมุนไพรช่วยคน โดยเฉลี่ยแล้วการผลิตในแต่ละเดือนใช้ทุนสูงถึงหลักล้าน

 

นอกจากนี้ หมอแสงยังเปิดเอกสารโชว์เป็นที่แรก เรื่องการทำวิจัยตัวสมุนไพรที่ผลิต หลายคนเคยสงสัยว่า สมุนไพรแต่ละตัวมีการวิจัยมาหรือไม่ วันนี้หมอแสงโชว์เอกสารให้เราดู ยืนยันที่ผ่านมามีการวิจัยและทำข้อมูลมาตลอด แต่ไม่ได้บอก และพอมีกระแสข่าวคนแห่รับสมุนไพรหมอแสง ตอนนี้ก็มีพวกไม่หวังดี ทำสมุนไพรหมอแสงปลอมไปแจกชาวบ้าน และอ้างว่าของหมอแสง หากหายให้ติดต่อซื้อได้ มีชาวบ้านหลงเชื่อหลายคน ขอยืนยันของแท้หมอแสง ต้องมารับที่บ้านเท่านั้น

 

ผู้สื่อข่าวถามการถูกโจมตี ปล่อยๆคนั้งมีการท้อและอยากเลิกผลิตสมุนไพรต้านมะเร็งหรือไม่ หมอแสงบอกไม่เคยท้อ และไม่สนใจ หากสมุนไพรไม่ดีก็ไม่ต้องมาเอาไปกิน และหากจะมองว่าเรื่องนี้เป็นอุปทานหมู่ ก็อยากถามว่าใครจะมาเหนื่อยทนกับการทำแบบนี้ แต่ที่ต้องทำเพราะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ในครอบครัวมีผู้ป่วยมะเร็ง ต้องทุกข์ทรมานเพียงใด ก็ยากให้คนที่โจมตี หรือแม้แต่หมอแผนปัจจุบัน หากจะช่วยคนไข้จริงๆ ช่วยตรวจและรักษาคนไข้มะเร็งให้รู้ว่าป่วยเป็นขั้นไหนโดยเร็วจะดีกว่า เพราะทุกวันนี้คนไทยพอรู้ว่าเป็นมะเร็งก็เป็นระยะรุนแรงแล้ว ถ้าคนไข้รู้ตัวก่อนรักษาเร็วก็จะช่วยชีวิตเขาได้ ดีกว่าระยสุดท้ายหมดทางรักษาก็มาพึ่งสมุนไพร

 

ผู้สื่อข่าวไปสอบถาม คุณแก้ว ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ที่กินยาหมอแสงแล้วหายเป็นปกติ คุณแก้วเล่าว่า เป็นมะเร็งเต้านม ระดับ3 ตอนนั้นรักษาแพทย์แพทย์ปัจจุบัน ทั้งการผ่าตัด ฉายแสง ให้คีโมกว่า30ครั้ง จนผมร่วง ร่างกายอ่อนแอ  ตอนนั้นได้ข่าวหมอแสงก็คิดในใจจะกินดีไหม เพราะช่วงปี 59 มีคนมารับยาแค่หลักพัน ไม่มากถึงตนนี้ จึงตัดสินใจไปขอสมุนไพรมากิน พอกินเข้าไปครั้งแรก เกิดอาการร้อนวูบวาบ สักพักหนึ่ง จากนั้นก็ปกติ แต่ที่สำคัญคือกินข้าวได้และนอนหลับสนิท จนกระทั่งถึงเวลาตรวจร่างกาย หมอระบุว่าไม่มีค่ามะเร็งแล้ว และตอนนี้ร่างกายก็ฟื้นมาแข็งแรง ทำงานได้ตามปกติ รวมทั้งผมที่หลุดร่วงตอนนี้เหมือนได้ชีวิตใหม่ แต่ยอมรับว่าตนก็รักษากับแพทย์แผนปัจจุบันด้วย ไม่ใช่กินแต่สมุนไพรอย่างเดียว

 

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังไปพบกับญาติคนป่วยมะเร็งที่กินสมุนไพรหมอแสงแล้วตาย โดยคุณโต้งเล่าว่า ตอนนั้นพี่ชายป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดีระยะ4 ซึ่งครอบครัวยืนยันรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน แต่รักษาไปหมอบอกให้ทำใจเพราะมะเร็งลุกลามหนัก ตอนนั้นตนคิดไรไม่ออก คิดแค่เพียงอยากช่วยชีวิตพี่ชาย จึงไปเข้าคิวขอสมุนไพรหมอแสงมาด้วยความหวังพี่ชายเราจะรอด เพราะมีหลายคนกินแล้วหาย

 

พอนำสมุนไพรหมอแสงให้พี่ชาย ที่นอนในห้องไอซียูกิน ตอนนั้นร่างกายพี่ชายก็ไม่ได้ตอบสนองอะไรมาก ยังคงทรุด วันต่อมา ตนก็จะเอาสมุนไพรให้กินอีก แต่ตอนนั้นร่างกายพี่ชายไม่รับรู้อะไรแล้ว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

ยอมรับว่ามีความหวังกับสมุนไพรหมอแสงจะช่วยชีวิตพี่ชายได้ แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้ ซึ่งทางครอบครัวไม่ได้โกรธ หรือโทษหมอแสง แต่ก็ยอมรับว่าส่วนหนึ่งที่เสียชีวิตเพราะอาการของโรคที่ระยะสุดท้ายแล้วกินยาอะไรก็ตาย

 

ทางด้าน ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า เรื่องการรับสมุนไพรหมอแสงไม่เหนือความคาดหมาย  ซึ่งต้องเข้าใจว่า กระบวนการตรวจสอบและศึกษาวิจัยยาของหมอแสงยังไม่สิ้นสุด และจำเป็นต้องขยายเวลาในการตรวจระดับเซลล์มะเร็งออกไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำวิจัยศึกษาสมุนไพรของหมอแสงคาดว่าจะทราบผลภายในเดือนเมษายนนี้

 

ทั้งนี้อยากขอให้คนไข้ ที่รักษาทั้งแพทย์แผนไทยและปัจจุบันแจ้งข้อมูลกับแพทย์อย่างละเอียด และขอให้ตระหนักถึงผลลัพธ์ของโรคทุกชนิดว่าเป็นดาบสองคม เพราะบางคนมีความหวังในการรักษาแต่ไม่ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน ไม่ได้บอกว่าแพทย์ทางเลือกไม่ดี แต่ขอให้อดใจรอผลการศึกษาด้วย อย่าได้ละทิ้งแพทย์แผนปัจจุบัน

 

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gnt-qP0FVX4