video_image
โชเฟอร์ยันไม่มีเจตนาชิงทรัพย์ผู้โดยสารสวีเดน โอดโดนโทษหนัก ทั้งที่ไม่ได้ทำผิด ด้านนายกสมาคมไม่พอใจ นำเสนอข่าว ‘แท็กซี่แสบเอาอีกแล้ว’ 
 
ความคืบหน้าจากกรณีหญิงชาวไทยและสามีชาวสวีเดน แจ้งความว่าถูกแท็กซี่สุวรรณภูมิ ทิ้งไว้กลางทางและเชิดเอากระเป๋าสะพายซึ่งภายในมีทรัพย์สินอยู่หลายรายการไป ก่อนที่จะจับกุมตัวได้และรับทรัพย์สินทั้งหมดคืน ตามที่รายการเรื่องเล่าเช้านี้ได้นำเสนอไปเมื่อวันที่ 5 มี.ค. นั้น
 
ต่อมา วันที่ 9 มี.ค. รายการเรื่องเล่าเช้านี้ได้นำเสนอข่าว ว่า นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ ออกมาแก้ข่าวว่า โชเฟอร์แท็กซี่คันดังกล่าว ไม่ได้ลักทรัพย์ผู้โดยสาร เพียงแต่ผู้โดยสารลืมไว้ แล้วเอาไปคืน แต่จากข่าวที่ออกมาทำให้ถูกมองว่าขโมยของ จึงถูกขนส่งลงโทษปรับ 6,000 บาท ถูกพักใบอนุญาต 6 เดือน ทำให้โชเฟอร์ได้รับผลกระทบ 
 
ล่าสุดวานนี้(9 มี.ค.) นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ พา นายทิวากร เดชน้อย คนขับแท็กซี่เขียวเหลือง หมายเลขทะเบียน 1 มข – 4064 ที่ปรากฎอยู่ในข่าว พร้อมด้วยคนแท็กซี่อีกจำนวนมาก เดินทางมาที่ ช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ เพื่อร้องเรียนกรณีที่ รายการเรื่องเล่าเช้านี้นำเสนอข่าวว่า ‘รวบแท็กซี่แสบหลอกผู้โดยสารจากสวีเดน ปล่อยทิ้งข้างทางเชิดทรัพย์สิน เคราะห์ดีตามคืนได้’ ว่าเป็นการนำเสนอข่าวไม่ตรงกับความจริง
 
โดย นายทิวากร เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หลังจากส่งผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็มีผู้โดยสารภรรยาชาวไทยและสามีชาวสวีเดน เรียกรถตนให้ไปส่งที่พัทยา โดยตอนแรกตนเรียกค่าโดยสาร 1,500 บาท แต่ผู้โดยสารขอต่อเหลือ 1,300 บาท ซึ่งตอนนั้นตนคุยกับเพื่อนแท็กซี่อีกคันที่อยู่แถวลาดกระบัง เพื่อนบอกว่าจะไปพัทยา ตนเลยถามผู้โดยสารว่าไปกับเพื่อนอีกคันได้ไหม ผู้โดยสารก็ขึ้นรถมา แต่พอมาถึงย่านลาดกระบัง ผู้โดยสารก็ขอลงจากรถ บอกไม่ไปรถเพื่อนแล้ว ตนก็เลยให้ลง พร้อมกับช่วยยกกระเป๋า หลังจากนั้นตนก็ขับรถรับลูกค้ารายอื่น
 
จนตนรับลูกค้าชาวต่างชาติมาส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วพบว่ามีกระเป๋าเกินมา แล้วตอนนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ติดต่อมาพอดี ตนจึงนำกระเป๋าไปคืนผู้โดยสาร ซึ่งผู้โดยสารก็ตรวจเช็คและพบว่าทรัพย์สินอยู่ครบ และก็ไม่ได้ติดใจเอาความ แต่เช้าวันต่อมาตนเห็นรายการเรื่องเล่าเช้านี้นำเสนอข่าวว่า ตนขโมยกระเป๋าผู้โดยสาร แล้วกรมขนส่งก็ติดต่อมาหาตน เรียกให้ไปพบ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาตามที่ปรากฎในข่าว โดยปรับเงิน 6,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาต 6 เดือน
 
นายทิวากร บอกว่า ตอนนี้ตนเดือนร้อนมาก เพราะตนไม่สามารถขับรถหาเงิน ส่งค่ารถ และเลี้ยงดูครอบครัวได้ อีกทั้งญาติและคนรู้จักมองตนไม่ดี รวมถึงลูกค้าที่ไม่กล้าขึ้นรถแท็กซี่ตน และโลกออนไลน์ก็เข้ามาต่อว่า ตนอยากจะให้ทางรายการแก้ข่าว และขอให้กรมขนส่งอุทธรณ์โทษให้ตน 
 
ด้าน นายวรพล นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ บอกว่า การที่นำเสนอข่าวออกไปว่า ‘แท็กซี่แสบเอาอีกแล้ว’ ทางสมาคมและสมาชิกแท็กซี่รับไม่ได้ เพราะทำให้คนขับแท็กซี่คนอื่นๆได้รับความเสียหาย ประชาชนก็มองคนขับแท็กซี่ไม่ดี อีกทั้งตนอยากจะเรียกร้องให้ช่อง 3 ช่วยดำเนินการอุทธรณ์โทษ ที่ นายทิวากร ถูกขนส่งปรับและพักใช้ใบอนุญาต 
 
ต่อมาทีมข่าวสอบถามไปยัง นายสุกรี จารุภูมิ ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่ง เปิดเผยว่า กองขนส่งทางบกได้มีการลงโทษ นายทิวากร ตามมาตรา 66/5 ที่ระบุว่า ‘ผู้ใดเรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท’ และตามมาตรา 57 เบญจ วรรคสองที่ระบุว่า ‘ห้ามมิให้ผู้ขับรถสาธารณะ พาคนโดยสารไปทอดทิ้งระหว่างทางไม่ว่าด้วยประการใดๆ’ จึงเปรียบเทียบปรับรวมเป็นเงิน 6,000 บาท 
 
พร้อมทั้งคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ นายทิวากร เป็นเวลา 6 เดือน หรือ 180 วัน  ตามมาตรา 53/1 ที่ระบุว่า ‘ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถฝ่าฝืนหรือไม่ปฎิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถได้คราวละไม่เกิน 6 เดือน’ ในกรณีที่กระทำผิด เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดในกฎกระทรวง
 
แต่ทั้งนี้ นายทิวากร หรือ ผู้ถูกพักใช้ใบอนุญาต เห็นว่าโทษที่ได้รับรุนแรงเกินไป ก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือต่ออธิบดีได้ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่นายทะเบียนแจ้งคำสั่ง 
 
 
 
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่  https://youtu.be/XOnMLvS411Q