video_image
ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นักธุรกิจหญิงอายุ 38 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.สมเดช สาระบรรณ์ สว.กก.1 บก.ป.เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูก พ.ต.ต.รายหนึ่งระดับซี 9 สังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ข่มขืนกระทำชำเราพร้อมทั้งข่มขู่จะนำภาพลับไปเผยแพร่ในโซเชี่ยลมีเดีย
 
ญาติของนักธุรกิจหญิงเปิดเผยว่า เมื่อปี 2559 พ.ต.ต.คนดังกล่าวแอดขอเป็นเพื่อนกับหลานสาวทางเฟซบุ๊ก หลานสาวจึงรับเป็นเพื่อนเพราะเห็นว่า พ.ต.ต.คนดังกล่าวเป็นเพื่อนกับญาติคนหนึ่ง ต่อมาเขาพยายามตีสนิทกับหลานสาว และแสร้งว่าตนเป็นคนธรรมะธัมโมเพราะเห็นว่าหลานสาวชอบเข้าวัดทำบุญ ก่อนเกิดเหตุหลานสาวโพสต์ในเฟซบุ๊กชวนเพื่อนๆ ที่สนิทไปร่วมทำบุญที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง 10 กว่าคน
 
ระหว่างนั้น พ.ต.ต.คนดังกล่าว มาขอไปร่วมทำบุญด้วย โดยนัดหมายกันที่ปั๊มน้ำมันแถวบางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อถึงวันดังกล่าว ปรากฏว่า พ.ต.ต.คนดังกล่าว ขับรถยนต์มาถึงที่นัดหมายตั้งแต่เวลา10.00 น. โดยนำของขวัญมาให้หลานสาว ก่อนออกอุบายเอาของขวัญไปเก็บที่คอนโดหลานสาวที่อยู่ในละแวกดังกล่าว ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นถึงข้าราชการระดับสูง อีกทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทกับญาติจึงหลงเชื่อใจยอมให้นำภาพไปเก็บในคอนโด แต่เมื่อขึ้นไปถึง พ.ต.ต.คนดังกล่าวกลับใช้กำลังข่มขืน โดยขู่ว่ามีปืนอยู่ด้วย และถ่ายคลิปไว้ หลังเกิดเหตุหลานสาวป่วยเป็นเวลา 3 วัน เพราะร่างกายและจิตใจบอบช้ำ
 
ต่อมา พ.ต.ต.คนดังกล่าวโทรศัพท์มาข่มขู่เรียกเงินและขอมีเพศสัมพันธ์อีก หากไม่ยอมจะนำคลิปไปโพสต์ลงในโซเชี่ยลมีเดียและส่งให้ญาติๆ หลานสาวดู นอกจากนี้ ทราบมาว่า พ.ต.ต.คนดังกล่าว ยังให้ภรรยาของตัวเองฟ้องร้องหลานสาวว่าเป็นชู้กับสามีเขา โดยเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านบาท
 
 
หลังเกิดเรื่องหลานสาวตนเครียดมากจึงหนีไปต่างประเทศ แต่ยังถูกเขาแฮกเบอร์โทรศัพท์ เฟซบุ๊ก และอีเมลมาเยาะเย้ยตลอดเวลา กระทั่งหลานสาวทนไม่ไหว จึงนำเรื่องเข้าร้องเรียนกับ ดีเอสไอต้นสังกัด จนมีการตั้งกรรมการสอบสวนกันเอง ต่อมาเรื่องก็เงียบหายไป มาทราบภายหลังว่าคณะกรรมการของดีเอสไอสรุปผลสอบว่าเป็นความผิดเล็กน้อย มีบทลงโทษ พ.ต.ต.คนดังกล่าว แค่ตัดเงินเดือน เดือนละ 1 พันกว่าบาทเท่านั้น
 
ตนเห็นว่าคำตัดสินดังกล่าวไม่เป็นธรรมกับหลานสาว จึงให้ทนายฟ้องศาลจังหวัดพัทยากับ พ.ต.ต.คนดังกล่าว ในคดีข่มขืนกระทำชำเรา ขณะนี้อยู่ระหว่าการดำเนินการของศาล จากนั้นได้เข้าร้องเรียนตำรวจ บก.ป.เพื่อขอความเป็นธรรมอีกด้วย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป
 
ล่าสุด พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการระดับซี 9 ดีเอสไอไม่มีอำนาจสอบสวน จึงส่งเรื่องให้กระทรวงยุติธรรม โดยตอนนี้อยู่ระหว่างสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ส่วนจะใช้เวลาสอบสวนนานหรือไม่นั้น ในเรื่องนี้ไม่ทราบ เนื่องจากเป็นเรื่องที่กระทรวงยุติธรรมจะสอบสวน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/lowun4fDppU