video_image

ดีเอสไอเปิดเผยจับกุมผู้ต้องหาความเกี่ยวข้องกับอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเคร็ท และการค้ามนุษย์ได้เพิ่มอีก 1 คน ขณะที่ยังไม่สามารถระบุได้ ว่าจะออกหมายจับอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องสถานบริการด้วยหรือไม่

 

พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวภายหลังประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง การดำเนินคดีค้ามนุษย์สถานอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ร่วมกับ พนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานอัยการ /กรมการปกครอง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานป้องกันและปราบกรามการฟองเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมนภาครัฐ ในการกำหนดแนวทางการทำงาน

 

พันตำรวจเอกไพสิฐ ระบุว่า ล่าสุดสามารถจับกุมนายเฉลียว จันทร์พิมพ์ เป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเคร็ท และการค้ามนุษย์ได้เพิ่มอีก 1 คน ที่ก่อนหน้านี้จับกุมนายบุญทรัพย์ อมรรัตนสิริ หรือป๋ากบ สำหรับดีเอสไอได้ออกหมายจับไปทั้งหมด 7 หมาย ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกหมายจับไปทั้งหมด 13 หมาย แต่มีหมายจับเป็นบุคคลเดียวกับหมายจับของดีเอสไอ 6 หมาย

 

ส่วนจะออกหมายจับเพิ่มเติมหรือไม่นั้น จะต้องตรวจสอบข้อมูล พยานหลักฐาน ว่าจะเชื่อมโยงไปถึงหรือไม่ ทั้งในเรื่องของกลุ่มที่เรียกรับผลประโยชน์ ต้องรอผลทาง นิติวิทยาศาสตร์ การตรวจสอบกล้องวงจรปิด และการติดต่อสื่อสาร

 

ส่วนกรณีกระแสข่าวว่า ทางดีเอสไอจะออกหมายจับอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น พันตำรวจเอกไพสิฐ ระบุว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ แต่หากมีหลักฐานเชื่อมโยงก็จะต้องตรวจสอบ และทางดีเอสไอเอง จะเชิญเลขาสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มาเป็นที่ปรึกษาดูในเรื่องของการเงินและทรัพย์สินที่ยึดมาได้นั้นว่ามีที่มาอย่างไรและสามารถขยายเส้นทางการเงินว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับบ้าง

 

สำหรับการสอบปากคำนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตเจ้าของสถานบริการอาบอบนวดวิคตอเรียนั้น ยังไม่มีประเด็นในการสอบเพิ่มเติม แต่ในส่วนของหลักฐานที่นำมาเปิดเผยเกี่ยวกับเสี่ยกำพลและนางนิดา นั้นก็นำมาประกอบสำนวน รวมถึงหลักฐานอื่น ๆ ที่ตรวจสอบได้ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า เสี่ยกำพลหนีออกนอกประเทศนั้น ยืนยันว่ายังไม่ได้รับรายงานว่ามีการหลบหนีไปยังช่องทางด่านต่าง ๆ แต่จะออกทางเส้นทางธรรมชาติหรือไม่นั้นอยู่ระหว่าตรวจสอบ

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8WGtxr0qt4U