video_image
ความคืบหน้าจากกรณี น.ส.ประดับ จันทร์อ่วม อายุ 71 ปี อ้างว่าทำสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ธ.ค.60 หมายเลข 451005 ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 1 ใบ หายไปภายในวัดบางขวาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี จากนั้นทราบว่ามีน.ส.พรทิพย์ ปาลวงศ์ อายุ 35 ปี ชาวบ้านใน อ.สามชุก นำไปขึ้นเงินรางวัลจำนวน 6 ล้านบาทแล้ว
 
 
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (15 ธ.ค.) น.ส.ประดับ พร้อมด้วย นางเครือวัลย์ ปานสินชัย อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นเป็นญาติกันและอยู่ในวันที่ไปซื้อล็อตเตอรี่ด้วย พร้อมกับนายเปี๊ยก คนขายล็อตเตอรี่ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.สามชุก เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม จากนั้นตำรวจนำตัวทั้ง 3 คน เดินทางต่อไปยังกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.สุพรรณบุรี เพื่อตรวจดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝง เพื่อส่งพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง
 
 
ต่อมา น.ส.ประดับ พร้อมด้วยญาติ และทนายณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.สามชุก เพื่อขอให้เร่งรัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว
 
 
ด้านทนายณรงค์ เปิดเผยว่า ขณะนี้หลักฐานอีกชิ้นที่สำคัญคือ น้ำหมากของยายประดับที่เคี้ยวอยู่ในวันเกิดเหตุ เพราะคุณยายเป็นคนเคี้ยวหมาก อาจมีน้ำหมากเปื้อนที่ล็อตเตอรี่ ซึ่งหากมีดีเอ็นเอตรงกับล็อตเตอรี่ใบที่ถูก ก็จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ แสดงตัวตนว่าล็อตเตอรี่เป็นของคุณยายจริง และเนื่องจากอีกฝ่ายนั้นไม่ได้เคี้ยวหมาก ส่วนขณะนี้ตำรวจได้สอบพยานหลักฐานแล้วหลายปาก และได้ขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวนในการทำคดีนี้
 
ขณะที่ พ.ต.อ.มงคล สุนทรวิภาต นวท.(สบ 3) พฐ.ภ.จว.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยมีการตรวจดีเอ็นเอ ตรวจหาลายนิ้วมือแฝงของทั้ง 3 คน เพื่อตรวจสอบว่ามีหลักฐานตรงตามในใบล็อตเตอรี่หรือไม่ อย่างไร ซึ่งคงใช้เวลาในการรอผลพิสูจน์ต่อไป
 
 
ทั้งนี้ ด้านคดีจากการที่วันนี้ได้มาสอบถามตำรวจ ซึ่งทางตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานบุคคล พยานวัตถุ และรอผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ ส่วนเรื่องการอายัดเงิน ต้องรอให้หลักฐานชัดเจนก่อนถึงจะอายัดได้ ส่วนคู่กรณีนั้น ทางตำรวจออกหมายเรียกไปแล้ว แต่ยังไม่มาพบ ยังหายตัวเงียบ ส่วนเรื่องจำนวนเงินรางวัลนั้น ทราบว่ามีการเบิกออกมาจำนวนหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้
 
 
 
 
 
 
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/kalMofKDBQo