video_image
ความคืบหน้ากรณีโลกโซเชียลแฉว่ามีการสร้างโบสถ์ปลอมที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต เพื่อจำหน่ายพระเครื่องปลอมและสิ่งของต่างๆในราคาสูงให้นักท่องเที่ยวชาวจีนนั้น
 
ล่าสุด นายวิญญา ปลัดขวา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยพระครูเมตตา ภิรม เจ้าคณะอำเภอเมืองภูเก็ต ได้ลงพื้นที่วัดลัฎฐิวนาราม หรือ วัดใต้ ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง 
 
โดยจากการตรวจสอบพบว่า อาคารดังกล่าวไม่ใช่โบสถ์ปลอม เป็นเพียงอาคารให้เช่าวัตถุมงคลที่เอกชนเช่าที่ดินวัดเหมือนวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ และไม่มีการจำหน่ายหรือให้เช่าพระปลอมแต่อย่างใด ส่วนราคาเช่านั้นขึ้นกับความพอใจของผู้เช่า ส่วนกรณีการนำที่ดินของวัดไปให้เอกชนเช่านั้น วัดสามารถทำได้เพราะเป็นนิติบุคคล เจ้าอาวาสเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ ซึ่งการเช่าพื้นที่วัดนั้นหากสัญญาเช่าครั้งละไม่เกิน 3 ปี เจ้าอาวาสเป็นผู้มีอำนาจให้เช่าได้เลย แต่ถ้าเช่าเกิน 3 ปี ต้องมีคณะกรรมการบริหารศาสนาสมบัติส่วนกลางเข้ามาพิจารณา
 
 
นายวิญญา กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบการให้เช่าที่วัดใต้ พบว่า ทางวัดได้มอบหมายให้ นายไพโรจน์ นกบรรจง ไวยาวัจกรวัด เป็นคนทำสัญญาเช่ากับเอกชน คือ นายสมเกียรติ แก้วสกุล เช่า เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ สัญญาเช่ามีระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60-31 ธ.ค.2560 ค่าเช่าเดือนละ 50,000 บาท โดยมีการต่อสัญญากันมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2556  จากการตรวจสอบพบว่า การทำสัญญาเช่าดังกล่าวผิดระเบียบการเช่าเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งตามระเบียบการเช่าเพื่อแสวงหากำไรจะทำสัญญาปีต่อปีก็ต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณาศาสนสมบัติกลางประจำ (พศป.) ซึ่งในเรื่องนี้จะแจ้งให้ทางวัดรับทราบเพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง และเสนอขอความเห็นไปยังสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่า จะให้ดำเนินการอย่างไรในช่วงที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย จะให้ดำเนินการต่อ หรือหยุดดำเนินการ 
 
 
ด้าน พระครูเมตตาภิรม เจ้าคณะอำเภอเมืองภูเก็ต ชี้แจงว่า ข้อมูลในโซเชียลฯ ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง สร้างความเสื่อมเสียเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องโบสถ์ปลอมนั้นไม่มีวัดไหนสร้างโบสถ์ปลอม ทุกวัดมีเพียงพระอุโบสถ์หลังเดียว ส่วนเสนาสนะก็มีทุกวัดไม่เฉพาะในภูเก็ตและที่ให้เอกชนเช่าที่ดินของวัดก็มีทั่วไปไม่ใช่ที่วัดนี้เป็นวัดแรก ส่วนพระที่ให้เช่าบูชา ทางผู้เช่ายืนยันว่าเป็นพระจริงจากวัดต่างๆที่ผ่านพิธีพุทธาภิเสกมาแล้ว ส่วนพระที่มาให้ศีลประพรมน้ำมนต์ก็เป็นกิจที่ผู้ประกอบการนิมนต์มา ไม่ได้ขัดต่อหลักของศาสนา โดยดอกไม้ธูปเทียนก็ให้บริการฟรีแล้วแต่นักท่องเที่ยวจะบริจาค ไม่ได้กำหนดราคาตามที่เป็นข่าวในโซเชียล
 
ทั้งนี้มีข้อมูลอีกด้านระบุว่า เป็นเรื่องขัดแย้งกันของผู้ประกอบการบางราย ที่ต้องการเข้ามาประกอบการในวัด เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเข้ามาท่องเที่ยวไหว้เป็นจำนวนมาก จึงมีการให้ข้อมูลผิดๆ เพื่อโจมตี โดยหวังจะได้เข้ามาบริหารจัดการแทน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่คณะกรรมการตรวจสอบได้มาเช่นกัน
 
 
 
 
 
 
 
 
ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/QqCjjwATazU