video_image

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ ประจำประเทศไทย พาครอบครัวของนางสาวหวาน ปาเปียว อายุ 17 ปี เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอให้สืบสวนคดีใหม่ เนื่องจากทางสถานทูตเมียนมาร์ มีข้อสงสัยว่าน้องหวานอาจถูกฆาตกรรม และจัดฉากเป็นฆ่าตัวตาย โดยเหตุเกิดวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา

 

นางสาวพิว พิว เวน พี่สาวของนางสาวหวาน เปิดเผยว่า ตนและน้องสาวได้มาทำงานเป็นแม่บ้านให้กับนายจ้างรายหนึ่งในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี แต่ถูกนายจ้างกดดันว่ากล่าวอยู่ตลอดเวลา ตนจึงหลบหนีออกมาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นทราบว่าน้องสาวยิงตัวตายในบ้านของนายจ้าง ทั้งที่น้องสาวใช้ปืนไม่เป็น

 

ด้านนายอง โค ทัน เจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านแรงงาน สถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากญาติของนางสาวหวาน จึงตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้น พบพิรุธอยู่หลายประการคือ นางสาวหวานเป็นคนถนัดมือซ้าย แต่บาดแผลพบว่าถูกยิงที่ขมับด้านขวา อีกทั้งยังพบปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ 2 ปลอก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ว่าคนฆ่าตัวตายจะยิงปืนถึง 2 นัด อีกทั้งยังเชื่อว่ามีการเปลี่ยนปืนของกลาง เพราะปืนที่พบในที่เกิดเหตุเป็นสีดำ แต่ภายหลังพบว่าปืนของกลางที่อยู่ในสำนวนของตำรวจกลับเป็นสีเทาเงิน นอกจากนี้ยังพบว่าไม่มีการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน

 

ซึ่งที่ผ่านมาตัวแทนสถานทูตเมียนมา ได้พยายามไปสอบถามและขอข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง ที่สรุปสำนวนคดีนี้ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่กลับไม่เคยได้รับคำตอบหรือคำชี้แจงแม้แต่ครั้งเดียว จึงมาร้องเรียนกองปราบปรามเพื่อขอความเป็นธรรมช่วยรื้อคดีนี้ให้ปรากฎความจริง ซึ่งได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ มาประกอบด้วย

 

ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผกก.สภ.บ้านโป่ง เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุ จนท.ได้เก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และ DNA ของทุกคนไปตรวจสอบ ก็พบว่าไม่มี DNA ของบุคคลในบ้านติดอยู่ที่อาวุธปืนและเสื้อผ้าหรือร่างกายของ น.ส.หวาน แต่พบ DNA ของ น.ส.หวาน ติดอยู่ที่กระบอกปืน และแม๊กซีนปืน รวมไปถึงตรวจสอบพบคราบเขม่าปืนที่มือของ น.ส.หวานอีกด้วย

 

ส่วนปลอกกระสุนปืน ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการส่งตรวจวิเคราะห์รอยขีดข่วนที่ปลอกกระสุนและจานท้ายกระสุน เทียบเคียงกับอาวุธปืนที่ตกในที่เกิดเหตุ ก็พบว่าเป็นกระบอกเดียงกัน สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุ เกิดจาก น.ส.หวาน ได้มีปากเสียงกับพี่สาว กระทั่งพี่สาวได้หนีหายออกจากบ้านนายจ้างไปในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ จึงเกิดความน้อยใจ และก่อเหตุขึ้น ทั้งนี้ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการด้วยความรอบครอบ โดยได้ใช้กระบวนนิติวิทยาศาสตร์ และหากญาติ น.ส.หวาน ต้องการขอตรวจสอบสำนวนคดี ทาง สภ.บ้านโป่ง ก็ยินดีอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QYXt5GstwFM