video_image

เพจ Social Hunter ได้โพสต์คลิปวีดีโอ 2 คลิป คลิปแรกเป็นภาพวัยรุ่นหญิงคนหนึ่ง นั่งอยู่ที่เก้าอี้ ก่อนที่ผู้หญิงอีกคนที่อายุมากกว่า จะเข้าไปตบหน้าวัยรุ่นหญิงอย่างรุนแรง 1 ครั้ง

 

คลิปที่สองเป็นสถานที่เดียวกัน แต่คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ เป็นวัยรุ่นลักษณะคล้ายทอม โดยมีผู้หญิงคนเดิม สั่งการให้ทอมคนอื่นๆ เข้าไปตบหน้า ทอมที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ มีการบอกว่า ตบไม่ดัง ให้อีกคนมาตบซ้ำอีกครั้งด้วย

 

โดยเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นภายในโมเดลลิ่งแห่งหนึ่ง ที่จะจัดหาวัยรุ่นหญิงมาเต้นโคโยตี้ตามสถานบันเทิง โดยมีทอมหลายคนทำหน้าที่ดูแลผู้หญิง ซึ่งสาเหตุที่ต้องตบหน้า เนื่องจากเป็นการลงโทษที่ วัยรุ่นผู้หญิงกับทอมในคลิปหนีงานไปด้วยกัน

 

ต่อมาเพจ Social Hunter ยังโพสต์อีกคลิป เป็นภาพของผู้หญิงคนที่อ้างว่าเป็นผู้ดูแลโมเดลลิ่ง และเป็นคนตบหน้าวัยรุ่นสาว อัดคลิปชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องทำโทษทั้งสองคน เนื่องจากจับได้ว่าเด็กทั้งสองคนยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ตนในฐานะผู้ดูแลจึงต้องลงโทษตามกฎที่ตั้งขึ้นมา

 

ล่าสุดวานนี้(14 ก.ย.) เวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางขุนนนท์ บุกเข้าตรวจสอบ บ้านพักซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการถ่ายคลิปตบหน้าดังกล่าว ซึ่งอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 เขตบางขุนนนท์ เจ้าหน้าที่พบ นางพรรณวรท ควบคุม อายุ 34 ปี มาแสดงตัวเป็นผู้ครอบครองบ้านหลังดังกล่าว และพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ภายในบ้านพบผู้ชาย 1 คน คือสามีของนางพรรณวรท กับผู้หญิง 15 คน เป็นทั้งผู้หญิงและทอม เบื้องต้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จึงควบคุมตัวทุกคนมาสอบสวน ที่สน.บางขุนนนท์ และทำการตรวจสอบปัสสาวะไม่พบสารเสพติดทุกราย

 

พ.ต.อ.เอกรัตน์ เปาอินทร์ ผกก.สน.บางขุนนนท์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า บ้านหลังนี้ นางพรรณวรทเปิดเป็นที่พักสำหรับ ผู้หญิงที่รับจ้างเป็นโคโยตี้ เต้นที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท ส่วนคนที่เป็นทอม ทำหน้าที่รับจ้างเสิร์ฟอาหาร และคอยดูแลผู้หญิงตอนทำงาน ส่วนตัวนางพรรณวรทและสามีจะคอยรับส่ง และดูแลทุกคนเหมือนแม่ อยู่รวมกันโดยหารค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำไฟ และค่าอาหารกัน โดยค่าจ้างที่ผู้หญิงได้จากการเต้น จะหักให้นางพรรณวรท ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ (ค่าจ้างเต้น 700 ให้พรรณวรท 200 ผู้หญิงได้ 500) ส่วนบรรดาทอม จะได้ค่าจ้างจากนางพรรณวรท เป็นเงินเดือน เดือนละประมาณ 6,000 บาท

 

ส่วนคลิปที่เผยแพร่ออกไป นางพรรณวรทให้การว่า เป็นการทำโทษ เนื่องจากเด็กในบ้านทำผิดกฎ จึงลงโทษด้วยการตบหน้า พนักงานสอบสวนจึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับนางพรรณวรทในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นเงิน 500 บาท

 

นอกจากนี้ ในบรรดาผู้หญิง 15 คน ที่พบในบ้าน มี 1 รายเป็นเด็กผู้หญิง อายุ 14 ปี ซึ่งให้การเบื้องต้นว่า ไม่ได้มาทำงานเต้น แต่มาอาศัยอยู่กับแฟนซึ่งเป็นทอม ในบ้านหลังนี้เท่านั้น เมื่อพนักงานสอบสวนสอบถามไปยังผู้ปกครองของเด็ก ทางผู้ปกครองก็รับทราบตั้งแต่แรกว่าลูกมาพักอาศัยที่บ้านหลังนี้จริง

 

อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจะเชิญเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ มาทำการสอบสวนเด็กหญิงวัย 14 ปี คนนี้เพิ่มเติม และจะทำการสืบสวนอย่างละเอียดว่า มีการไปทำงานในสถานบันเทิงหรือไม่ หากพบหลักฐานว่ามีการให้เด็กไปทำงาน จะเข้าข่ายความผิดการค้ามนุษย์

 

ด้านนางพรรณวรท ซึ่งเป็นผู้ดูแลบ้าน และเจ้าของโมเดลลิ่ง เปิดเผยกับทีมข่าวว่า สาเหตุที่ต้องสั่งลงโทษเด็กสองคนในคลิป เนื่องจากทราบว่า เด็กทั้งสองคนมีพฤติกรรมซื้อ-ขาย และเสพยาเสพติดในบ้าน ตนจึงถามเด็กว่า จะให้ตนไล่ออกจากบ้าน หรือจะรับบทลงโทษ เด็กทั้งสองคนก็ยินยอมที่รับโทษด้วยความสมัครใจ จึงกลายเป็นที่มาของคลิปตบหน้าดังกล่าว

 

ตนยอมรับว่าทำผิด ที่ใช้วิธีการทำร้ายร่างกายลงโทษเด็ก ไม่ยอมนำตัวเด็กส่งตำรวจ แต่ยืนยันว่าที่ทำไป เพราะถือว่าตนรักเด็กๆทุกคนในบ้านเหมือนลูก ทุกคนจะเรียกตนว่าแม่ ซึ่งหลายครั้งที่มีการลงโทษไป เด็กๆทุกคนจะเข้าใจและยอมรับผิด

 

ส่วนกรณีที่มีการโจมตีตนในโลกออนไลน์ ว่ามีการรับเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี มาทำงาน มีการบังคับให้ค้าประเวณี ค้ามนุษย์ ตนขอปฏิเสธว่าไม่จริง เด็กทุกคนในโมเดลลิ่งที่มาทำงาน อายุเกิน 18 ปีแล้วทุกคน สามารถตรวจสอบได้ และไม่มีใครรับงานค้าบริการ เป็นเพียงการเต้นโคโยตี้โชว์ในสถานบันเทิงเท่านั้น

 

ด้าน นางสาวภัทรสุดา กรีชาพิพัฒน์ วัย 20 ปี และนางสาวสุกัญญา เชื้อฉลาด วัย 19 ปี ทอมสองคน ที่ปรากฎในคลิปว่าเป็นผู้ตบหน้าทอมอีกคน ก็เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนทั้งคู่ก็เคยโดนทำโทษแบบในคลิป โทษฐานที่แอบคบหากับผู้หญิงในโมเดลลิ่งเดียวกัน ซึ่งการรับโทษก็เป็นความสมัครใจของตัวเอง บางครั้งนางพรรณวรทจะลงมือตบเอง หรือไม่ก็ให้เพื่อนทอมด้วยกันเป็นคนตบ ซึ่งก็จะมีการขอโทษขอโพยกันก่อนจะตบทุกครั้ง ลงโทษเสร็จทุกคนก็เข้าใจกัน ไม่มีการติดใจเอาความ  ตนไม่เข้าใจว่าคนที่เอาคลิปมาลงมีเจตนาอะไร ทำไมไม่เอาคลิปเต็มๆมาลง ที่จะเห็นว่าก่อนตบจะมีการขอโทษกันก่อนแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง น.ส.เอ และ น.ส.บี คู่รักทอมดี้ ที่ปรากฎในคลิปที่ถูกทำโทษ ซึ่งปัจจุบันลาออกจากโมเดลลิ่ง ไปอยู่ที่ต่างจังหวัดแล้ว เปิดเผยว่า ตนทั้งคู่ทำงานที่โมเดลลิ่งนี้มานานเกือบปีแล้ว ส่วนนางพรรณวรท เพิ่งจะเข้ามาในบ้านในฐานะผู้ดูแลเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ โดยรับคำสั่งมาจากนายจ้างที่เป็นเจ้าของโมเดลลิ่งตัวจริงอีกที

 

เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้าน นางพรรณวรทก็เอาระบบลงโทษด้วยความรุนแรงมาใช้ โดยในวันเกิดเหตุในคลิป เป็นช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นวันหยุดของพวกตน ซึ่งน.ส.เอ ซึ่งเป็นทอม ก็ได้แจ้งกับนางพรรณวรทไว้แล้วว่า จะกลับบ้านไปหามารดา โดยพา น.ส.บี แฟนสาวไปด้วย ปรากฎว่ากลับมาที่โมเดลลิ่งตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ก็พบว่านางพรรณวรทนั่งรอทำโทษอยู่แล้ว กล่าวหาว่าตนทั้งคู่โดดงาน พร้อมจับมาลงโทษตามในคลิป

 

หลังเกิดเรื่อง ทั้งคู่อยากจะออกจากบ้านทันที แต่ก็อดทนรออยู่ 4-5 วัน เพื่อให้ น.ส.เอ ได้รับเงินเดือนก่อน แล้วก็หนีออกมาจากบ้านดังกล่าวทันที  แต่ออกมาได้ไม่นาน นางพรรณวรทก็โพสต์กล่าวหาพวกตนว่า พัวพันกับยาเสพติด ไม่ยอมจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งไม่เป็นความจริง สุดท้าย น.ส.บี(ผู้หญิง) ทนไม่ไหว ขอร้องให้ญาติช่วยเอาคลิปตอนที่ตนกับแฟนถูกตบหน้าไปโพสต์แฉใน facebook จนกลายเป็นเรื่องราวขึ้นมาในที่สุด

 

เช่นเดียวกับ น้าสาวของนางสาวบี ที่เปิดเผยกับทีมข่าวว่า นางพรรณวรท มาระรานทางครอบครัว มีการท้าตบ ตนเห็นว่าอีกฝ่ายเข้ามาหาเรื่อง จึงปรึกษากับหลานสาว แล้วนำคลิปไปโพสต์แฉ

 

ส่วนที่อีกฝ่ายกล่าวหาหลานสาวว่า เสพและค้ายาเสพติด ตนเชื่อมั่นว่าไม่เป็นความจริง สามารถให้หลานไปตรวจปัสสาวะได้เลย เป็นเพียงแค่เรื่องที่นางพรรณวรทยกขึ้นมากลบเกลื่อนเรื่องทำร้ายร่างกายเท่านั้น หลังจากนี้ทางครอบครัวเตรียมทจะดำเนินการเอาผิดกับโมเดลลิ่งนี้ให้ถึงที่สุด เชื่อว่ามีหลักฐานหลายอย่าง ที่จะเอาผิดอีกฝ่ายได้ในความผิดฐานค้ามนุษย์

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DnYqX6cWYj4