video_image

ความคืบหน้ากรณี เมฆ มังกรบิน หรือนายเกริกพล จงเอื้อมกลาง หลังจากที่ช่วงเช้าวันอังคารที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ,ทหาร และสคบ. บุกค้นบ้านและสำนักงาน ในจังหวัดนครราชสีมา ก่อนจะยึดผลิตภัณฑ์ น้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ และน้ำยาเคลือบสี ที่นายเกริกพลผลิตขาย มาตรวจสอบว่ามีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่

 

ล่าสุดวานนี้(13 ก.ย.) สคบ.ได้เชิญตัวนายเกริกพล พร้อมทนายความ มาสอบสวนให้ปากคำที่ สำนักงาน สคบ. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ โดยนายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการ สคบ. เปิดเผยหลังการสอบสวนว่า ทางสคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าของรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์รายหนึ่ง ระบุว่าซื้อผลิตภัณฑ์สารเคลือบเครื่องยนต์ของนายเกริกพลไปใช้ แล้วทำให้เครื่องยนต์เสียหาย  จึงได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษของ สคบ. ประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ บุกตรวจค้นบ้านและสำนักงานของนายเกริกพล เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

 

จากการสอบสวนเบื้องต้น สคบ.ได้แจ้ง 2 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ข้อหาแรกคือ การติดฉลากไม่ถูกต้อง เนื่องจากฉลากไม่มีระบุข้อมูลรายละเอียดว่าผลิตที่ใด หรือหากเป็นสินค้าที่นำเข้ามา นำเข้ามาจากบริษัทใด ของประเทศใด ซึ่งการสอบสาวนขยายผลในข้อหานี้ ทาง สคบ.ได้ส่งเรื่องต่อให้ กรมโรงงาน ไปตรวจสอบโรงงานกรอกน้ำยา ซึ่งทราบว่าอยู่ที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ว่าการผลิตมีมาตรฐานตามข้อกำหนดของกรมโรงงานหรือไม่   นอกจากนี้ยังส่งเรื่องให้ กรมศุลกากร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไปตรวจสอบเรื่องการนำเข้าวัตถุดิบ ที่นายเกริกพลอ้างว่า นำเข้าวัตถุดิบจากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่านำเข้ามาอย่างถูกต้องหรือไม่ และต้องตรวจสอบงบดุลรายรับรายจ่าย ว่ามีการหลบเลี่ยงภาษีหรือไม่ด้วย

 

ส่วนอีกข้อหา คือการโฆษณาเกินจริง เนื่องจากนายเกริกพลโฆษณาว่า ผลิตภัณฑ์น้ำยาเคลืแบเครื่องยนต์ของตน ใช้แล้วทำให้เพิ่มแรงม้าได้ถึง 19.5 แรงม้า, ประหยัดน้ำมัน 18 เปอร์เซ็นต์, เพิ่มอัตราเร่ง 14 เปอร์เซ็นต์  และลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ได้ถึง 90-98 เปอร์เซ็นต์

 

ส่วนนี้ ทาง สคบ.ได้ประสานให้สถาบันยานยนต์ เป็นผู้ไปตรวจสอบ โดยจะทำการวิเคราะห์ทั้งในห้องแล็บ และทดสอบการใช้งานจริงในรถยนต์ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จะทราบผลการทดสอบ หากพบว่าตัวเลขไม่ตรงตามที่โฆษณาก็ถือว่ามีความผิดสำหรับความผิดทั้งสองข้อหา มีอัตราโทษที่เท่ากันคือ จำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท นอกจากนี้ในส่วนของผู้บริโภคที่ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วมีปัญหา นายเกริกพลยืนยันว่าจะรับผิดชอบค่าเสียหายให้ทั้งหมด หรือใครที่ซื้อสินค้าไปแล้วไม่พอใจ ก็ยินดีรับคืน คืนเงิน ทาง สคบ.ก็ได้ลงบันทึกไว้ หากนายเกริกพลไม่รับผิดชอบตามที่กล่าวอ้าง สคบ.ก็จะเอาผิดตามกฎหมายได้เช่นกัน

               

ด้านนายเกริกพล เปิดเผยกับทีมข่าวหลังการแถลงข่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลที่ทาง สคบ. เข้ามาตรวจสอบ แต่รู้สึกสบายใจมากกว่า ที่จะได้มีแนวทางในการกลับไปพัฒนาแก้ไขสินค้าตัวเองให้ถูกต้องตามกฎหมาย  สำหรับ 2 ข้อหาที่ สคบ.แจ้งกับตนในวันนี้ ก็ยอมรับว่าทำผิดจริง เพราะตนมีความรู้น้อย เป็นเพียงพ่อค้าเร่ที่หันมาริเริ่มทำธุรกิจ   โดยตัวเลขที่นำมาโฆษณา ทั้งเรื่องแรงม้า หรืออัตรเร่งต่างๆ ยืนยันว่าผ่านการทดสอบมาจริงๆ แต่ก็เลือกเอาตัวเลขที่สูงที่สุด จากการทดสอบหลายๆครั้งมาโฆษณา แต่หลังจากนี้ หากทางหน่วยงานรัฐทดสอบแล้ว ได้ตัวเลขที่ไม่ตรงตามที่ตนลงโฆษณาไป ตนก็จะกลับไปแก้ไขให้ถูกต้อง

 

ส่วนกรณีที่มีผู้ใช้งานออกมาโพสต์โจมตีว่า นำผลิตภัณฑ์ของตนไปใช้แล้วทำให้รถเสีย  ก็ขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหาย นำรถของตัวเองที่เสีย มาติดต่อกับตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่มีอยู่ทั่วประเทศ แล้วตัวแทนจะประสานมาทางตน แล้วจะส่งรถไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการที่ได้คุณภาพ ค่าซ่อมทั้งหมดตนจะรับผิดชอบเอง  หรือถ้าช่างลงความเห็นว่าซ่อมไม่ได้ ตนก็จะเปลี่ยนรถคันใหม่ให้ทันที  แต่ที่ผ่านมามีแต่การกล่าวอ้างลอยๆว่าใช้น้ำยาแล้วรถเสีย แล้วก็นำรถไปซ่อมเอง พิสูจน์ไม่ได้ว่าเสียเพราะผลิตภัณฑ์ของตนจริงหรือไม่

 

ต่อประเด็นที่กล่าวอ้างว่า ผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบคุณภาพจากทาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี แต่ต่อมาทางมหาวิทยาลัยออกแถลงการณ์มาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และขอให้ยุติการกล่าวอ้าง มิเช่นนั้นจะมีการดำเนิคดีทางกฎหมาย 

 

ประเด็นนี้นายเกริกพลบอกกับสื่อมวลชนว่า ให้กลับไปฟังคลิปอีกครั้งให้ละเอียด ตนไม่ได้พูดว่าได้ใบรับรองจากมหาวิทยาลัย เพียงแต่พูดว่ามีการส่งสินค้าไปขอทดสอบกับทางมหาวิทยาลัย  ซึ่งก็มีหลักฐานยืนยันว่าตนได้เข้าไปพูดคุยกับบุคลากรของมหาวิทยาลัย 3 คน จริง แต่ยังไม่ได้เอาผลิตภัณฑ์เข้าแล็บทดสอบ เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง ตนจึงขอระงับการทดสอบไว้ก่อน และทางมหาวิทยาลัยก็คงจะไม่มีบันทึกใดๆเก็บไว้แน่นอน เพราะยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพูดคุยในห้องประชุมเท่านั้น และตนก็ยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการจ่ายเงินให้ทางมหาวิทยาลัยใดๆทั้งสิ้น

 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบคลิปที่เพจ “สังคมอักเสบ”นำมาเผยแพร่ พบว่าในคลิป นายเกริกพลพูดว่า “นำเงินหลักแสนบาทไปจ้างห้องแล็บวิจัย ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้ข้อสรุปว่าเป็นสารเคลือบแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีสารตกค้าง”   ซึ่งขัดกับแถลงการณ์ของทางมหาวิทยาลัย ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “ไม่มีผู้ประกอบการภายนอกรายใด นำผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้าง มารับบริการวิเคราะห์และทดสอบแต่อย่างใด”

 

ในขณะที่ความเคลื่อนไหวในฝั่งของผู้เสียหาย นายเอกชัย ปัญญายิ่ง บรรณาธิการนิตยาสารเกี่ยวกับรถ เดินทางไปที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อร่วมกับนายฐาพล เพ็ชรแก้ว เจ้าของอู่ในพื้นที่ ผ่าพิสูจน์เครื่องยนต์ของรถยนต์ 2 คัน ที่ใช้สารเคลือบ ของนายเกริกพล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า เครื่องยนต์ของรถทั้งสองคัน เสียเพราะสารเคลือบดังกล่าวจริงหรือไม่

 

จากการผ่าเครื่องพิสูจน์ พบว่า บริเวณฝักบัวฉีดน้ำมันเครื่อง มีคราบตะกรันเหนียว ไปอุดตันอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ฝักบัวตัน ฉีดน้ำมันเครื่องมาหล่อลื่นเครื่องยนต์ไม่ได้ จนทำให้เครื่องยนต์ภายในเสียหาย ซึ่ง “มีความเป็นไปได้สูง” ว่าคราบตะกรันเหล่านี้ มาจากสารเคลือบเครื่องยนต์ดังกล่าว

 

นายฐาพล ซึ่งเป็นเจ้าของอู่ยังเปิดเผยว่า ส่วนตัวตนรู้จักกับนายเกริกพลมานานแล้ว ตอนที่นายเกริกพลเริ่มทำน้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ขายใหม่ๆ เจ้าตัวขับรถมาหาตนถึงอู่ ขอให้ช่วยซื้อ ตนเห็นว่าเป็นน้องชายที่สนิทกัน จึงช่วยซื้อเอาไว้ แต่ก็เคยตักเตือนไปว่า อย่าไปโฆษณาสรรพคุณเกินจริง ไม่อยากให้มีปัญหาในอนาคต ซึ่งสุดท้ายก็เกิดปัญหาตามมาจริงๆ

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qJAp6xYu52I