video_image

เป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับพฤติกรรมของ 'เมฆ มังกรบิน' หรือ นายเกริกพล จงเอื้อมกลาง ชายหนุ่มที่เป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ ซึ่งนายเกริกพลเป็นอดีตนักโทษคดียาเสพติด พ้นโทษออกมา ทำธุรกิจผลิตน้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ ยี่ห้อของตัวเองขาย และยังชอบโพสต์ภาพตัวเองขณะช่วยเหลือสังคมลงในโลกออนไลน์บ่อยๆ จนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

 

กรณีที่เคยเป็นกระแสฮือฮาก่อนหน้านี้ คือเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นายเกริกพล ได้โพสต์คลิปวีดีโอเล่าว่า ตนใช้เงินส่วนตัว 4 แสนบาท สร้างถนนเป็นทางเข้าวัด พร้อมระบุในคลิปว่า หากนำเงิน 4 แสนบาทมาใช้โดยไม่ทุจริต โกงกิน ก็สามารถสร้างถนนดีๆได้เป็นระยะทางไกลมาก

 

กรณีดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการจงใจทำความดีเพื่อสร้างภาพหรือไม่ ก่อนที่ในเวลาต่อมา เพจ Drama Addict จะออกมาเปิดเผยข้อมูลจากวิศวกรโยธาว่า ที่นายเกริกพลสามารถสร้างถนนได้ด้วยเงิน 4 แสนบาท เพราะสร้างผิดหลักทางวิศวกรรม หากมีการตรวจคุณภาพก่อนรับงานแบบราชการ ก็ต้องรื้อใหม่ สร้างใหม่ทั้งหมด

 

ล่าสุด ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดกรณีดราม่าขึ้นอีกครั้ง เมื่อเพจสังคมอักเสบ ได้โพสต์แฉว่า น้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ที่นายเกริกพลขาย มีการโฆษณาเกินจริง อ้างว่าใช้แล้วทำให้เครื่องยนต์แรงขึ้น นำเข้าวัตถุดิบจากสหรัฐอเมริกา, มี ISO รองรับ และยังผ่านการทดสอบจากห้องแล็บของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมาแล้ว ว่าได้คุณภาพจริง แต่จากข้อมูลของเพจ สังคมอักเสบ ระบุว่ามีลูกค้าหลายรายซื้อไปใช้แล้ว เครื่องยนต์ของรถเกิดความเสียหาย 

 

นอกจากนี้ในเวลาต่อมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ก็ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ไม่มีผู้ประกอบการรายใด นำผลิตภัณฑ์มารับการวิเคราะห์ทดสอบในห้องแล็บ และไม่มีหน่วยงานใดในมหาวิทยาลัย ออกใบรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ใดๆทั้งสิ้น ทางมหาวิทยาลัยยังระบุว่า ขอให้ผู้ที่นำชื่อมหาวิทยาลัยไปกล่าวอ้าง ยุติการกระทำดังกล่าว ไม่เช่นนั้นจะต้องมีการดำเนินคดีทางกฎหมาย

 

วานนี้(11 ก.ย.) ทีมข่าวยังเดินทางไปอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ย่านบางนา ซึ่งเป็นอู่ที่รับน้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ของนายเกริกพลมาขายและใช้งานในอู่ โดยนายบุญช่วย ศรีกิมแก้ว วัย 38 ปี เจ้าของอู่ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า นายเกริกพลโฆษณาผ่าน facebook ว่า น้ำยาของตัวเอง ใช้แทนน้ำมันเครื่อง เติมเข้าไปเพื่อไปปกป้องเครื่องยนต์ และยังเพิ่มแรงม้าให้รถด้วย จนกลายเป็นกระแสในวงการรถ มีลูกค้ามาถามขอซื้อหลายครั้ง จนตัดสินใจรับมาขายบ้าง โดยรับมาจากตัวแทนจำหน่ายของนายเกริกพล ที่อยู่ย่านอุดมสุข แต่ปรากฎว่า เมื่อใช้น้ำยาดังกล่าวเติมรถให้ลูกค้า ทั้งรถยนต์ และจักรยานยนต์ มีลูกค้าหลายรายกลับมาบอกว่ารถมีปัญหา

 

ช่างของอู่ยังนำน้ำยาดังกล่าว มาลองหยอดเครื่องยนต์ พบว่าน้ำยามีความเหนียว หนืด ทำให้เครื่องยนต์หมุนแทบไม่ได้ ทั้งที่ปกติใช้น้ำมันเครื่องหยอดลงไป จะเข้าไปหล่อลื่น ให้เครื่องยนต์หมุนได้ดีขึ้น  นอกจากนี้ เมื่อนำรถที่เติมน้ำยาดังกล่าวมาถ่ายน้ำมันเครื่อง พบว่าน้ำมันเครื่องสีดำผิดปกติ มีคราบเหนียวๆข้นๆติดออกมาด้วย จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นสาเหตุทำให้เครื่องยนต์พัง  ขณะนี้มีผู้เสียหายหลายรายกำลังรวมตัวกัน เพื่อไปร้องกับ สคบ.ด้วย

 

ด้านนายอภิสิทธิ์ อาคาเขตร์ วัย 36 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนนำจักรยานยนต์มาถ่ายน้ำมันเครื่อง แล้วอยากทดลองใช้น้ำยาดังกล่าวแทนน้ำมันเครื่อง เพราะมีคนแนะนำว่าดี  แต่ปรากฎว่าเติมไปได้แค่เดือนเศษๆ รถจักรยานยนต์ก็เร่งไม่ขึ้น และยังมีเสียงดังออกมาจากเครื่องยนต์ สุดท้ายนำรถไปเข้าศูนย์ พบว่าข้อเหวี่ยงในเครื่องยนต์เสียหายทั้งหมด ต้องเปลี่ยนใหม่หลายชิ้น หมดค่าซ่อมไป 7 พันกว่าบาท

 

นอกจากนี้ facebook เพจสังคมอักเสบ ยังนำคลิปวีดีโอที่นายเกริกพล ทำ facebook live ตัดเอาบางช่วงบางตอนมาเผยแพร่ เป็นภาพขณะที่นายเกริกพล โทรศัพท์ไปทวงหนี้ บรรดาตัวแทนจำหน่าย ที่ค้างชำระค่าสินค้า โดยมีการใช้คำพูดรุนแรง ขู่กรรโชก ขู่จะตามไปทำร้าย หากอีกฝ่ายไม่ยอมจ่ายเงิน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

 

ต่อมาเพจแหม่มโพธิ์ดำ ยังโพสต์ภาพ ที่นายเกริกพลถ่ายรูป ถือปืนอาวุธสงครามอยู่ในมือ โดยระบุว่า หากพิสูจน์แล้วว่าเป็นปืนจริง ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายฐานครอบครองอาวุธสงคราม

 

ต่อมาผู้สื่อข่าว จ.นครราชสีมา เดินทางไปที่บริษัทของนายเกริกพล อยู่ที่ ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้พูดคุยเปิดใจกับ นายเกริกพล จงเอื้อมกลาง อายุ 37 ปี ระบุว่า ตนขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมานานกว่า 2 ปี มีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หลายคนออกมากล่าวหาว่า ผลิตภัณฑ์ของตนไม่มีคุณภาพ ทั้งที่ความจริงแล้วก็มีอีกหลายคนที่นำไปใช้งาน แล้วได้ผลดี ซึ่งตนก็พร้อมจะให้หน่วยงานทางภาครัฐเข้ามาตรวจสอบตลอดเวลา

 

โดยส่วนตัวเชื่อว่า คนที่ออกมาโจมตี น่าจะเป็นกลุ่มตัวแทนจำหน่ายที่ไม่ทำตามข้อกำหนดจนถูกตัดสิทธิ์ แล้วเกิดความไม่พอใจ หรือเป็นคู่แข่งทางการค้า ที่เห็นสินค้าของตนขายดี จนมีการกลั่นแกล้งทางธุรกิจ

 

ส่วนกรณีที่มีการโพสต์ภาพอาวุธสงครามนั้น นายเกริกพลบอกว่า เป็นภาพวันที่ลูกค้า ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร แต่งกายชุดทหารเต็มยศ เดินเข้ามาพร้อมอาวุธปืน มาซื้อสินค้ากับตน ตนจึงขออนุญาตยืมอาวุธปืนมาถือเท่านั้น ซึ่งก็คนถ่ายรูปแล้วนำไปโพสต์ ตนไม่ได้โพสต์เอง  ซึ่งหากจะมีการเอาผิด ก็ต้องเอาผิดกับคนโพสต์มากกว่า ซึ่งขณะนี้ตนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานในการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BBpBLa833aM