video_image

เพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์คลิปวีดีโอ เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยระบุว่า ชายเจ้าของคลิป ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ รวม 3 คน เข้ามารุมทำร้าย ทั้งเตะต่อย และใช้มีดแทงเข้าที่ชายโครง เหตุมาจากชายทั้ง 3 คน มีเรื่องกับพนักงานในร้าน แล้วตนขี่รถเข้ามาจอดพอดี ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุเข้าใจว่า ตนเป็นพวกเดียวกับคนที่มีปัญหากันอยู่ แม้จะพยายามปฏิเสธว่าตนไม่เกี่ยวข้อง แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ฟัง

 

เรื่องเกิดตั้งแต่คืนวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ผ่านมาร่วมเดือน ผู้ก่อเหตุยังลอยนวล ส่วนผู้ที่ถูกทำร้ายต้องตกงาน นอกจากนี้ตำรวจยังแจ้งข้อหาผู้ก่อเหตุแค่ ทำร้ายร่างกาย ทำให้บาดเจ็บสาหัส ทั้งที่ผู้โพสต์มองว่า น่าจะเป็นข้อหาพยายามฆ่ามากกว่า

 

วานนี้(7 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นายธวัชชัย เยาวะพันธ์ อายุ 31 ปี ผู้ที่ถูกทำร้ายในคลิป เล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนหน้านี้ ตนทำงานขับรถส่งอาหาร ในร้านพิซซ่าแห่งหนึ่ง ปรากฎว่าในวันเกิดเหตุ 12 สิงหาคม ช่วงประมาณ 19.00 น. นายเอ(นามสมมติ) พนักงานคนหนึ่งในร้าน มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน โดยพาพรรคพวกมาเอาเรื่อง ถึงขั้นลงไม้ลงมือกันภายในร้าน  ตอนนั้นตนกลับมาจากส่งอาหารพอดี เพิ่งจะจอดจักรยานยนต์หน้าร้าน  ชายร่างท้วม ซึ่งเป็นพรรคพวกของนายเอ เดินมาถามว่า “ไอ้นี่ด้วยหรือเปล่า” ก่อนจะกระชากคอเสื้อตน

 

ตนปฏิเสธไปว่า ตนไม่เกี่ยว ใครทะเลาะกันก็ปล่อยเขาเคลียร์กันไป ก่อนจะเดินหนีออกมา โดยมีผู้จัดการร้านเข้าไปช่วยดึงตัวชายร่างท้วมให้แยกจากตน แต่อีกฝ่ายยังไม่พอใจ ตะโกนมาว่า “ถ้าไม่เกี่ยวก็ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่งั้นเจอดีแน่” สุดท้ายชายคนดังกล่าว ก็พุ่งเข้ามาชกตน แล้วลากออกมาหน้าร้าน ตนพยายามต่อสู้เพื่อป้องกันตัว ปรากฎว่าพรรคพวกของชายร่างท้วมก็เข้ามาช่วยรุม รวมถึงนายเอก็ใช้มีดแทงตนเข้าที่ชายโครงด้านซ้าย จนล้มลงไป และยังถูกเตะเข้าที่ใบหน้าจนจมูกหัก

 

หลังเกิดเหตุ เพื่อนนำตนส่งโรงพยาบาล หลังจากที่รักษาตัวจนดีขึ้นแล้ว ในคืนเกิดเหตุตนก็ไปแจ้งความที่ สน.ลุมพินีทันที มีการให้ปากคำกับตำรวจ และนำกล้องวงจรปิดมาส่งมอบในวันรุ่งขึ้น ตำรวจมีการประสานขอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์มาประกอบกับหลักฐาน

 

สุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนเข้าไปติดตามความคืบหน้าที่โรงพัก ทราบว่าตำรวจแจ้งข้อกล่าวหากับกลุ่มผู้ก่อเหตุว่า “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนบาดเจ็บสาหัสทั้งทางร่างกายและจิตใจ”  ซึ่งตนก็สงสัยว่า พฤติการณ์ที่อีกฝ่ายใช้มีดแทง ไม่เข้าข่ายพยายามฆ่าหรือ ? เมื่อสอบถามกับร้อยเวร ก็ได้คำตอบว่า หากจะเข้าข่ายพยายามฆ่า ต้องถูกปาด หรือแทงที่อวัยวะสำคัญ เช่นคอ หรือหน้าอก   ตนไม่มีความรู้ทางกฎหมาย จึงตัดสินใจมาโพสต์เรื่องราวในโลกออนไลน์  หากพิสูจน์แล้วว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความผิดแค่ ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส จริงๆ ตนก็จะไม่ติดใจอะไรอีก

 

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้กำกับการ สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุ ว่าการใช้อาวุธแทง มีเจตนาหมายจะเอาชีวิตหรือไม่ หรือแทงเข้าไปที่อวัยวะสำคัญ ที่อาจจะทำให้เสียชีวิตได้หรือไม่ หากเป็นไปตามนั้น ก็จะเข้าข่ายพยายามฆ่า แต่หากพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้ว ว่าการแทงไม่ทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต ก็ถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย จนสาหัสเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม หากพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้อัยการพิจารณา แล้วอัยการเห็นว่ามีประเด็นสงสัยให้สอบสวนเพิ่มเติม ก็จะส่งสำนวนกลับมาให้สอบสวนเพิ่มอีกครั้ง  ผู้เสียหายจึงไม่ต้องกังวลว่า ผู้ก่อเหตุจะถูกดำเนินคดีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เพราะกระบวนการยุติธรรมมีการตรวจสอบอยู่หลายขั้นตอนอยู่แล้ว 

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0R1n0kxoRE0