video_image

ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), บริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดย น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง และ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลย 1-4

 

ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ม.6, 8 และ 11 กรณีการยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมท กว่า 138 ล้านบาท

 

โดยคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.พ. 2559 จำคุกจำเลยที่ 1 นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 30 ปี ปรับจำเลยที่ 2 บริษัท ไร่ส้ม จำกัด กระทงละ 2 หมื่นบาท รวมปรับ 1.2 แสนบาท จำคุกจำเลยที่ 3 นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และจำเลยที่ 4 น.ส.มณฑา ธีระเดช กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 3 และ 4 คนละ 20 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 และ 4 คนละ 13 ปี 4 เดือน และปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 8 หมื่นบาท ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำเลยที่ 1, 3 และ 4

 

โดยศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้คำคุก 13 ปี 4 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำเรื่องขอประกันตัว ทั้งนี้ ทางนายสรยุทธ ได้ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา จากนั้นจะเพิ่มหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัว หลังศาลมีคำพิพากษาและทั้งนี้ นาย สรยุทธ จะขอยื่นฎีกาต่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลว่าจะให้ประกันหรือไม่

 

นอกจากนี้ยังมีคดีที่บริษัท อสมท. ยื่นฟ้องคดีเองต่อศาลแขวงพระนครเหนืออีกหนึ่งสำนวน โดยยื่นฟ้องนางพิชชาภา อดีตพนักงาน บริษัท อสมท / นายสรยุทธ กับพวกซึ่งเป็นพนักงานบริษัทไร่ส้มรวม 6 คน ฐานร่วมฉ้อโกงไป โดยคดีอยู่ระหว่างการสืบพยาน ซึ่งศาลแขวงพระนครเหนือ นัดสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 17 ตุลาคม นี้

 

ทั้งนี้ ศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของนายสรยุทธ และจำเลยร่วมทั้งหมดแล้ว ซึ่งยืนหลักทรัพย์เงินสด และบัญชีเงินฝากคนละ 4 ล้านบาทแล้ว เห็นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้สั่งประกันต่อไป ขณะนี้ศาลอาญาทุจริตฯ ได้ออกหมายขังจำเลยทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำก่อนระหว่างรอฟังคำสั่งการประกันตัวจากศาลฎีกา คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

 

ขณะที่คนใกล้ชิดของนายสรยุทธ เปิดเผยว่านายสรยุทธไม่ได้มีอาการเครียดมาก ยังมีกำลังใจดี เพราะได้ทำใจมาบ้างแล้ว แต่ที่ต้องห่วงคือเรื่องสุขภาพ เพราะนายสรยุทธมีโรคประจำตัวคือเลือดข้น ต้องกินยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ ที่ผ่านมาเคยมีอาการเลือดออกในกระเพาะและลำไส้ใหญ่ ทำให้เสียเลือดมากและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อีกทั้งมีความเป็นห่วงสุขภาพของคุณแม่ที่ขณะนี้อายุมากและกำลังป่วยหนัก ยันจะต่อสู้ในศาลฎีกาต่อไปและอยู่ระหว่างการยื่นขอประกันตัว

 

ด้านนายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้รับตัวนายสรยุทธมาควบคุมไว้ยังแดน 1 ซึ่งเป็นแดนแรกรับของเรือนจำ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำประวัติผู้ต้องขัง ตรวจสุขภาพร่างกาย และเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเหมือนกับผู้ต้องขังปกติที่ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำระหว่างรอการพิจารณาประกันของศาล

 

จากการตรวจสุขภาพร่างกาย พบว่านายสรยุทธมีโรคประจำตัว คือ ไขมันและความดันสูง อีกทั้งนายสรยุทธมีความกังวลและเครียด ในเรื่องที่ไม่ได้รับการประกันตัว อย่างไรก็ตาม ตนได้พบกับนายสรยุทธแล้วเพียงเวลาสั้น ๆ โดยบอกให้นายสรยุทธค่อย ๆ ปรับตัวในการใช้ชีวิตอยู่ภายในเรือนจำ ทั้งนี้ นายสรยุทธไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษจากเรือนจำแต่อย่างใด

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NZNZXf2KBrg