video_image

คืบหน้ากรณีฆ่ายกครัว 8 ศพที่กระบี่ ในส่วนของผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญของคดี คือนางสาวอัญชลี เติบบุตร อายุ 30 ปี และลูกสาว 2 คน อายุ 5 ขวบ และ 13 ปี ซึ่งแต่ละคนถูกยิงที่ศีรษะ อาการปลอดภัย โดยทางแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้าน

 

โดยนางสาวอัญชลี กล่าวว่า ขณะนี้กลับมาบ้านอยู่กับพ่อแม่ก่อน เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร เนื่องจากขาดเสาหลักของครอบครัว คือสามีนายสุทธิพงษ์ พริกดำ ถูกยิงเสียชีวิต ส่วนอาการของลูกๆ นั้นคนเล็กเมื่อนึกขึ้นได้ก็จะพูดถึงเหตุการณ์ ถามถึง และมีอาการหวาดกลัวเมื่อเห็นทหาร หรือตำรวจแต่งเครื่องแบบ รวมทั้งคนแปลกหน้า ส่วนการดูแลของเจ้าหน้าที่นั้น ช่วงแรกอยู่ รพ.กระบี่ ก็มีนักจิตวิทยามาคอยพูดคุย แต่เมื่อกลับมาอยู่บ้านยอมรับว่าความรู้สึกไม่ค่อยดีต้องเริ่มต้นใหม่ ทำให้คิดมาก แต่ไม่อยากจะร้องไห้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพยายามทำใจ

 

นางสาวอัญชลี กล่าวอีกว่า ส่วนบาดแผลนั้นลูกทั้ง 2 คนยังมีบาดแผลที่ต้องรักษาต่อเนื่อง โดยเฉพาะคนพี่เอากระสุนออกแล้วเย็บไป 26 เข็ม แต่กะโหลกยังไม่เข้าที่ และบาดแผลใกล้เส้นเลือดใหญ่ มีอาการชัก ซึ่งแพทย์บอกว่า ต้องใช้เวลาในการรักษา ซึ่งแม้แผลหาย แต่อาการชักอาจเป็นได้ตลอดชีวิต ทั้งนี้อนาคตยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะทำอย่างไรหลังจากนี้ ต้องรอให้ลูกหายดีก่อนว่าจะทำอย่างไรต่อไป

 

ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกส่งเข้าเรือนจำนั้น ทางเรือนจำจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า หลังผ่านมา 4-5 วัน กลุ่มผู้ต้องหาเริ่มปรับตัวได้ดี มีการพูดคุยได้ดีขึ้น และเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ บังฟัต ผู้ต้องหารายสำคัญนั้น ได้ขังแยกไว้คนเดียวในห้องซอยเพื่อความปลอดภัย ส่วนที่เหลือขังแยกในห้องซอยห้องละ 3 คน และวันนี้ทางแพทย์และจิตแพทย์ จาก รพ.กระบี่ จะมาตรวจผู้ต้องหาทุกรายอีกรอบหนึ่ง และนอกจากนั้นเมื่อวานนี้ ได้มีญาติของบังฟัต และผู้ต้องหาอีก 2 คน เดินทางมาเยี่ยมแล้ว ทั้งนี้ที่มีการหวั่นว่าจะมีการทำร้ายในเรือนจำนั้น ทางเรือนจำกระบี่ได้วางมาตรการไว้เป็นอย่างดี ป้องกันเหตุไม่คาดฝันไว้แล้ว

 

ขณะเดียวกันทาง จนท.ได้คืนบ้านที่เกิดเหตุให้ญาติ ขณะที่เจ้าหน้าที่อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี เข้าให้กาช่วยเหลือบุตรชายของผู้ใหญ่บัติ วัย 3 เดือนที่รอดชีวิต

 

ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kDXk79CtL1M