ตำรวจยันไม่นำข้อมูลพันตำรวจโทสันทนะเข้าสู่สำนวนคดีฆ่าแปดศพ ชี้เป็นข้อมูลขยะไม่ให้ราคา ส่วนการทำสำนวนคืบร้อยละ 80 เตรียมส่งอัยการเร็วๆนี้
 
          พล.ต.อ. สุเทพ เดชรักษา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวหลังรับฟังข้อมูลจาก พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ที่อ้างว่าเป็นข้อมูลลับเชิงลึกและแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตน เจ๊ชุมพร บงการสังหาร 8 ศพ อีกทั้งไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ การเข้าให้ข้อมูลวันนี้ จึงไม่สามารถนำเข้าสู่ข้อมูลสำนวนการสอบสวนได้ สวนแหล่งข่าว พ.ต.ท.สันธนะ  ก็ไม่สามารถนำมาพบกับเจ้าหน้าที่ได้ ส่วนข้อมูลชื่อเจ๊ชุมพรเป็นนามสมมติที่จัดตั้งขึ้น อย่างไรก็ตามการที่จะสามารถขยายผลไปยังผู้บงการต้องมีหลักฐานยืนยัน เช่นการวางแผนสังหาร หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และหลักฐานทางเทคนิค มิใช่เป็นเพียงการเดินทางมาให้ข้อมูลโดยไม่มีหลักฐานใดๆ ซึ่งหลังจากนี้ พ.ต.ท.สันธนะจะยอมจบหรือไม่ก็ถือเป็นสิทธิ์ แต่ตำรวจยืนยันจะไม่ดำเนินคดี ส่วนประชาชนที่รับข้อมูลข่าวสาร ก็สามารถตัดสินใจได้เองว่าจะเชื่อข้อมูลจากทิศทางใด
 
          ด้านพล.ต.อ สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา สบ.10 ระบุว่า ข้อมูลของพันตำรวจโทสันธนะ วันนี้ไม่ถึงกับเป็นข้อมูลขยะ แต่เป็นข้อมูลชุดเดิมที่ชุดคลี่คลายคดีดำเนินการสืบสวนขยายผลมาแล้วตั้งแต่แรก ซึ่งไม่พบหลักฐานว่าประเด็นความขัดแย้งเรื่องโรงโม่หิน จะเข้ามาเกี่ยวข้องในปมสังหารครั้งนี้ สำหรับความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ คืบหน้าไปร้อยละ 80 ส่วนอีกร้อยละ 20 ที่เหลือคือการรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยจะสรุปสำนวนสั่งฟ้องส่งอัยการพิจารณาให้เร็วที่สุด ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เฝ้าระวังทั้งสองกลุ่มและมีมาตรการดูแลอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าขณะนี้อยู่ในช่วงโศกเศร้า คงไม่มีการล้างแค้นกันอย่างแน่นอนนอกจากนี้กำชับให้คุมเข้มการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านแทนนายวรยุทธที่เสียชีวิต เนื่องจากมีญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่ายก็เลือกตั้งแข่งกัน จึงต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่หมายเหตุ 
 
         ภาพ มติชน