ความคืบหน้ากรณีนายปุ้มปุ้ย เกษานุช อายุ 24 ปี ก่อเหตุใช้มีดบังคับข่มขู่ทำร้ายร่างกายก่อนลงมือข่มขืน น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือคนไข้ โรงพยาบาลหนองคาย ที่บริเวณซอกตึกหลังอาคารสำนักงานซักฟอก เมื่อช่วงประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 16 ก.ค. ต่อมาตำรวจ สภ.เมืองหนองคายได้ขออนุมัติศาลจังหวัดหนองคายออกหมายจับ นั้น
 
     ล่าสุด พ.ต.อ.วุฒิชัย จันโทภาส ผกก.สภ.เมืองหนองคาย จัดกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และประสานกับหน่วยป้องกันความสงบ สปป. ลาว หลังจากทราบว่านายปุ้มปุ้ยได้ขโมยสกู๊ตเตอร์ของชาวหนองคายใช้เป็นพาหนะหลบหนีไปหาพ่อที่ประเทศลาว ก่อนที่ พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผกก.ตม.หนองคาย ได้นำกำลังไปทำการจับกุมตัวที่ฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งทางการลาวได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ก่อนจะควบคุมตัวกลับมายังฝั่งไทย พบ พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย ทำการสอบสวนภายในห้องทำงาน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไป เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพ
 
     ต่อมา เวลา 17.00 น. ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่โรงพยาบาลหนองคาย โดยมีนายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วย นพ.ศุภชัย จรรยาผดุงพงศ์ ผอ.รพ.หนองคาย ได้ควบคุมและอำนวยการทำแผนในครั้งนี้ โดยใช้เวลาทำแผนประมาณ 1 ชั่วโมง ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่ทราบข่าวต่างมารอดูเหตุการณ์ พร้อมตะโกนสาปแช่งนายปุ้มปุ้ยอยู่เป็นระยะ
 
     โดย นายปุ้มปุ้ย เผยว่า หลังจากที่ดื่มสุราก็เกิดอารมณ์ทางเพศ ตั้งใจจะไปข่มขืนใครก็ได้ที่พบภายในโรงพยาบาลหนองคาย จึงเดินเข้าไปในโรงพยาบาล โดยเข้าด้านหน้าอาคารอุบัติเหตุ และได้ขึ้นไปบนชั้น 5 ตึกอาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อจะก่อเหตุ และได้พบเจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งจะเข้าไปก่อเหตุ แต่ผู้เสียหายไหวตัวทัน จึงไม่ได้ก่อเหตุ จากนั้นได้เดินลงมาที่ชั้นล่างก่อนจะเดินไปทางด้านหลังของตึก และได้ไปพบผู้เสียหาย จึงลงมือโดยใช้มีดที่พกติดตัวมาด้วย จี้และบังคับให้เดินไปทางด้านหลังอาคารซักฟอก ก่อนจะวางมีดไว้บนหลังตู้และชกเข้าที่ท้องของผู้เสียหาย ก่อนจะชกเข้าที่ใบหน้า จนฟันหักและใบหน้าปูดบวด ทำให้ผู้เสียหายหมดแรงและทรุดลงไปกองที่พื้น
 
     จากนั้นจึงถอดเสื้อผ้าของผู้เสียหายออกและลงมือบังคับขืนใจ เมื่อเสร็จกิจจึงรีบหลบหนีไป ขณะเดียวมี รปภ.เข้ามาพบเห็น จึงเกิดการฉุดกระชากกับ รปภ.แต่ได้สะบัดจนหลุดและก็หลบหนีไปทางด้านหลังก่อนปีนกำแพงหลบหนีไปได้
 
     ด้าน พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุไม่ได้นิ่งนอนใจได้กำชับเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหามาให้ได้ และได้ประสานกับทางการลาวจนทราบว่านายปุ้มปุ้ย ไปกบดานบริเวณเมืองควายแดง นครหลวงเวียงจันทน์ โดยได้ไปหาพ่อที่อยู่ฝั่งลาว ขอเงินจำนวนหนึ่งและทำการเปลี่ยนเสื้อผ้า หวังจะกบดานอยู่ในลาว จนกว่าเรื่องจะเงียบแล้วค่อยกลับเข้าหนองคาย ซึ่งนายปุ้มปุ้ยไม่ได้มีอาการป่วยทางจิต คาดว่าสาเหตุจากเมาสุราแล้วไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้จึงออกก่อเหตุโดยไม่เลือกว่าจะเป็นผู้ใด
 
     หลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จแล้ว ได้คุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองหนองคาย ทำการสอบปากคำเพิ่มเติม และคุมตัวไว้ที่ สภ.เมืองหนองคาย เป็นที่เรียบร้อย.
 
 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง